pic of day

pic of day

วันพุธที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2553

หยุดเวลาไว้ตรงนี้

100 Stunning Photos That Freeze Time With a Fast Shutter

ผมละชอบจริงๆ ไอ้ตัวอย่างภาพสวยๆงามๆเนี่ยะ ลิงค์ข้างบน จะมีการรวบรวมชอตเด็ดให้ดูเสมอๆ ผมเลยขอนำมาเป็นตัวอย่างใน บล็อกนี้นะครับ ส่วนฉบับเต็มคลิ๊กด้านบนไปดูเลยครับ

ภาพเหล่านี้เป็นภาพการหยุดเวลาที่สวยงาม จากหลายๆที่ มารวมกัน ผมจะเลือกเอาที่ผมชอบบางส่วนมาเผยแพร่ต่อนะครับ









































วันจันทร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2553

7 ข้ออ้าง ของการไม่ใช้ แฟลช

อ่านบทความของ Syl Arena แล้วสนุกดี ก็คล้ายๆกับ Class ที่ผมสอนในซี่รี่ส์ Creative Lighting ว่า คนที่มักบอกว่าไม่ชอบใช้แฟลชนั้น จริงๆแล้ว เขามีประสบการณ์ที่ไม่ดีกับการใช้แฟลชในช่วงแรกๆ และโดยความที่ไม่รู้ว่า ถ้าเราสามารถแยกแฟลชออกมาจากตัวกล้องได้แล้ว เราจะสามารถสร้างสรร ผลงานแปลกๆที่น่าตื่นตาตื่นใจได้ีอีกมาก

บทความนี้มาจาก ลิงค์นี้ ผมจะสรุปย่อคร่าวๆ ละกัน รายละเอียดตามไปอ่านกันนะครับ



นี่คือตัวอย่างการใ้ช้แฟลช ในกลางวันแสกๆๆ (สาวกบล็อคผมคงร้องอ๋อกันเป็นแถว)


ถ้าคุณไม่ชื่นชอบการใช้แฟลช ลองถามตัวเองว่า ทำไม ? (If you’re not a flasher, ask yourself “why?” )

เหล่านี้คือเหตุผล ของหลายๆคนหรือเปล่า ?

1. ผมมันพวกนิยมศิลปบริสุทธ์ ผมใช้แสงธรรมชาติเสมอ (“I’m a purist and only use available light.”)
- ข้อโต้แย้ง ไม่มีภาพใดที่ไม่เกิดจากการแต่งแต้มภาพ ไม่ว่าจะมาจากล้องถ่ายภาพหรือขั้นตอนการล้าง อัด หรือแต่งแต้มในโปรแกรมโฟโตชอป ดังนั้น ไม่มีเหตุอันควรในการยับยั้งเราจากการใช้แสงประดิษฐ์ในการถ่ายภาพ



2. ผมไม่ใช้แฟลชเพราะผมสามารถเร่ง ISO ได้เสมอ (“I don’t need flash because I can always turn the ISO up.”)
- ข้อโต้แย้ง มายอมรับความจริงกันก่อนว่า แสงที่ห่วย ที่ ISO 12600 ก็เป็นแสงที่ห่วยวันยังค่ำ (Let’s be honest about this one. Crappy light at ISO 12,600 is still crappy light.) การมีสีให้ใช้มากขึ้น ไม่ได้แปลว่าจะทำเป็นจิตรกรเก่งขึ้น การถ่ายภาพก็เช่นกัน
การมีเซ็นเซอร์ที่ดีขึั้น ก็ไม่เท่ากับการที่เราสามารถเีรียนรู้ที่จะเห็นและเข้าใจแสงได้ดี



3. ผมถ่ายภาพในที่มีแสงพอเสมอ ดังนั้นผมไม่จำเป็นต้องใช้แฟลช (“I always shoot in bright light, so I don’t need flash.”)
- ข้อโต้แย้ง ถ้าคุณใช้แสงด้วยเหตุผลว่ามันไม่มีแสงให้ใช้แล้วละก็ คุณยังไม่เห็นอีกครึ้งหนึ่งของโลกที่ใช้แฟลช
ปัจจุบันไม่มีกล้องตัวใด จับภาพในโทนสว่างและโทนมืดได้อย่างที่ตามนุษย์เห็น ช่างภาพมักหลีกเลี่ยงการถ่ายภาพในที่แสงจ้าเพราะรายละเอียดในส่วนมืดจะหายไป ในบางกรณี ยิ่งมีแสงสว่างจ้าเท่าไหร่ ยิ่งต้องการการเติมแฟลชเพื่อเปิดรายละเอียดมากขึ้นเท่านั้น



4. แฟลชสร้างข้อจำกัดของความเร็วชัตเตอร์ มันซิงค์ได้แค่ 1/250 เอง ช้าไปต๋อย!
- ข้อโต้แย้ง คุณสามารถใช้โหมด HSS หรือ ไฮสปีดซิงค์ และหรือ ใช้ ND ฟิลเตอร์ หรือเทคนิคต่างๆ เพื่อใช้กับแฟลช เพื่อกดแสงแอมเบี้ยนตามใจชอบ อาทิ การทำให้ท้องฟ้ามีสีเข้ม คุณอาจหาเทคนิคการทำ HSS ได้จากแหล่งข้อมูลในลิงค์ (โปรดคลิ๊กเข้าไปอ่าน)

5. แฟลชให้แสงไม่คงที่ (“Flash is unreliable. It changes from frame to frame”)
- ข้อโต้แย้ง แฟลชแบบ TTL อาจเกิดปัญหานี้ แต่ส่วนใหญ่มักเกิดจากการไม่รุ้และเข้าใจตัวอุปกรณ์ การเรียนรู้ที่จะเข้าใจและใช้มันจะทำให้คุณได้แสงที่ค่อนข้างสม่ำเสมอ (สำหรับผมแนะให้ใช้โหมด M)



6. ใช้แฟลชแล้วภาพแย่ตลอด (“Flash always looks bad.”)
- ข้อโต้แย้ง น่าจะเปลี่ยนเป็นคำว่า แฟลชบนหัวกล้อง ให้ภาพแย่เสมอ ปัญหามันอยู่ที่ตำแหน่งของแฟลช การเรียนรู้ที่จะแยกแฟลช และปรับปรุงคุณภาพแสงจากแฟลช จะทำให้ภาพของคุณแตกต่างจากเดิมเป็นอย่างมาก



7. แฟลชทำให้ภาพดูไม่เป็นธรรมชาติ (“Flash looks artificial.”)
- ข้อโต้แย้ง หากปัญหาเรื่องการใช้แฟลชบนหัวกล้องหมดไป ปัญหาจริงๆของคุณจะกลายเป็นว่า การบาล้านซ์แสงธรรมชาติและแสงแฟลช หรือการบาล้านซ์สีของแฟลชกับสีของแสงธรรมชาิติ เพราะสีของแฟลชนั้น คือสีของแสงตอนเที่ยงวัน หรือแสงที่ไม่มีสี
ดังนั้นการเีรียนรู้ที่จะบาล้านซ์ สี และ แสง ของแฟลช จึงเป็นเรื่องที่คุณต้องเรียนรู้เพื่อใช้งานมันอย่างถูกต้อง

วันอังคารที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2553

100 Ultimate Examples Of Architecture Photography

สวยจนอดใจไม่ได้ เอามาแบ่งกันดู
ใครจะถ่ายภาพโครงสร้าง ตึก อาคาร น่าจะดูเป็นไอเดียนะครับ

ถ้าจะดูทั้งหมด ให้ไป ที่นี่


























































วันจันทร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2553

การบาล้านซ์ แอมเบี้ยน และ แฟลช โดยคิดย้อนกลับ


ผมพึ่งได้รับบทความจาก
Strobist
ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลหลักอีกที่หนึ่งของผม และได้อ่านบทความของ เดวิท ฮอบบี้ แล้วน่าสนใจดี เลยขอเอามาเล่าต่อละกันนะครับ (แฮ่) หากใครสนใจอ่านรายละเอียดให้ไป ที่นี่

ไอเดียในเรื่องนี้ก็คือ ปรกติ เวลาเรา บาลานซ์แฟลชกับแสงแอมเบี้ยน แน่นอน เราวัดแสงแอมเบี้ยนก่อน แต่เราตั้งต้นด้วยค่าอะไร?
ทั่วไปเรามักใช้ค่า ISO ที่เราชอบ และ ค่า F ที่เราต้องการ ในภาพของ เดวิท นี้เขาใช้ค่า ISO 1600 และ F 1.8 ซึ่งจะได้ความเร็วชัตเตอร์ที่ 1/30 วินาที

แต่เขาต้องการเพิ่มแสงให้กับฉากหน้า โดยไม่ทำลายแสงแอมเบี้ยน วิธีการง่ายๆ ที่เรามักทำคือ ยิงแฟลชออกไปเสริม เอาล่ะ
วิธีที่ เดวิท ทำคือ ยิงแฟลช SB-800 สะท้อนผนังเพดาน โดยใช้กำลัง 1/128 ซึ่งเป็นกำลัง ต่ำที่สุดที่แฟลชทำได้!

ผลคือ แสงยังคง แรงเกินไป !!!

วิธีแก้ปัญหาพื้นฐานคือ หาทางหรี่แสงลง เช่น ใช้ เจล ND หรือเอาอะไรมาบังแฟลช (เป็นผมอาจเอา ทิชชู่) แต่ยังคงมีทางแก้

เมื่อเราคิดย้อนกลับ เราสามารถหรี่ค่า F ได้ เช่นตอนนี้เขาต้องการลดลงสองสต๊อปกว่าๆ แต่การทำเ่ช่นนั้น มันก็จะฆ่าแสงแอมเบี้ยนไปด้วย ดังนั้น การชดเชยแสงที่ทำได้ก็ยังคงเหลืออีกทางคือ ปรับความเร็วชัตเตอร์ให้ต่ำลง

ในตอนนี้ ค่าที่เขาใช้ก็จะเป็น F4 ที่ความเร็ว 1/5 วินาที




จะเห็นว่า วิธีคืิดแบบย้อนกลับก็ช่วยเราได้ ในที่ขณะบางครั้ง เราใช้วิธีตรงไปตรงมาจนชิน และอาจหลงลืมการพลิกแพลงพื้นฐานของการเล่นแสงไป ผมคิดว่าบทความของ เดวิท อันนี้จะเป็นประโยชน์ต่อคนเล่นแสงเป็นอย่างมาก

วันอาทิตย์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2553

Focus Stacking โดยการใช้โปรแกรม PS CS5

ว่างๆอยากลองทำดู เพราะติดใจมานานแล้ว ไอ้เรื่องนี้ แล้วรู้ว่า โปรแกรม PS มันทำให้อัตโนมัติ แต่ไม่เคยได้ทำเองจริงๆสักที
วันนี้ เลยอยากลองทำดูสักหน่อย ขั้นแรก คุณต้องหาของมาถ่าย โดยเป็นของที่ต้องการกำัลังขยายสูงสักหน่อย เลนส์มาโครเทียม หรือ แท้ก็ได้ มีกำลังขยายสัก 1:2 ขึ้นไป อันนี้ผมใช้เลนส์ตัวเก่า ที่ประกาศขายอยู่นี่เอง อิอิ 70-300 ซิกม่า
ถ่ายด้วย f16 และใช้สายลั่นชัตเตอร์ โฟกัส ด้วยมือ ภาพแรก จะได้หน้าชัด หลังเบลอ แบบนี้



ให้คุณหมุนโฟกัสด้วยมือไปเรื่อยๆ จนได้ภาพที่คมชัดทั่วภาพที่ต้องการ
เมื่อได้ครบแล้ว (อย่างในกรณีนี้ผมถ่ายไป สิบกว่าภาพ) ก็ให้คุณโหลดภาพทั้งหมดเข้ามาใน PS CS5
โดยเทคนิคหนึ่งที่ควรใ้ช้คือ ใช้คำสั่ง File -> automate -> photomerge คำสั่งนี้จะนำเข้าภาพทั้งหมด และจะ
จัดเรียงภาพให้ภาพซ้อนกันอย่างดีที่สุดให้เราโดยอัตโนมัติ แต่เราต้องไม่เลือกเช็คบ็อกซ์ใดๆ ทั้งสามอันด้านล่าง
ดังภาพตัวอย่าง


เมื่อมันเรียงเสร็จแล้ว ให้ คลิ๊ก เพื่อเลือกเลเยอร์ ทั้งหมด ที่เรียงกันไว้อย่างดีแล้ว เพื่อจะทำขั้นตอนต่อไป ในการจัดเรียง สแตก โฟกัสให้โดยอัตโนมัติ โดยการ เรียกคำสั่ง จากเมนู อีดิต ตามภาพ



จากนั้นในเมนู ให้เลือก


กดปุ่ม OK คอมพิวเตอร์ก็จะเริ่มทำงานโดยอัตโนมัติ
จะสังเกตุว่า มันจะทำ Layer mask ให้โดยอัตโนมัติ


เมื่อได้ภาพสุดท้าย ผมนำมาปรับคอนทราส และ สีอีกทีหนึ่ง จะได้ภาพสุดท้าย ที่คมชัด ทั่ววัตถุครับ

วันศุกร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2553

Lighting for emotion

Check out this SlideShare Presentation: ผมว่าสไลด์นี้ ดี น่าสนใจ (แม้ว่าส่วนใหญ่ผมจะผ่านตางานของ ดอน มาเกือบหมดแล้ว) การนำภาพและไอเดีย มาประสมประสาน แบบนี้ ถือว่าเป็นงาน รวมข้อคิด และ ภาพที่น่าสนใจมากๆๆ