pic of day

pic of day

วันเสาร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2563

ถ่าย Landscape ด้วยวิธี สแตก

 ระยะหลังๆ การถ่ายภาพด้วยวิธีการคิดแบบแยกเป็นส่วนๆ ทำได้ง่ายมาก และ ได้ผลดี

สมัยนี้ เราไม่จำเป็นต้องจบการถ่ายด้วยภาพเพียงใบเดียว ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายอะไร

เพราะเครื่องมือต่างๆที่ให้สมัยนี้ ทันสมัยขึ้นมาก

ผมเป็นคนไม่ค่อยได้ถ่าย Landscape เพราะเด่วนี้ไม่ค่อยได้ท่องเที่ยวตะลอนๆเหมือนสมัยหนุ่มๆ เรียวแรงก็ไม่ค่อยมี ไม่ถึก เหมือนสมัยก่อน อีกอย่าง ความรู้สึกอยากได้ภาพเหมือนคนอื่นๆลดลงมาก ผมไม่ได้ต้องการไปได้ภาพสวยๆ เหมือนที่คนอื่นได้ 

ผมแค่อยากรู้ว่า ถ้าเราจะถ่ายแบบนั้น เราพอจะทำได้ไหม ด้วยวิธีอะไร 

ซึ่งการถ่ายภาพ Landscape สิ่งสำคัญที่สุดคือ อยู่ถูกที่ ถูกเวลา การถ่ายภาพจากตึกสูง ใครมีเส้นสาย หรือช่องทางการขึ้นไปถ่ายก็ได้เปรียบคนอื่นๆมาก แต่การถ่ายภาพแนวนี้ ถ้าถามถึงความยาก มันไม่ได้ยากอะไรสักเท่าไหร่

ตั้งแต่ผมหันมาใช้กล้องไร้กระจก ผมชอบวิธีการควบคุมกล้อง โดยการใช้โทรศัพท์มือถือ ควบคุมมัน และ มันสามารถควบคุมได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ISO F หรือ S โดยไม่แตะตัวกล้องเลย ถ้าเป็นสมัยก่อน DSLR ไม่มากก็น้อย เราต้องไปปรับที่ตัวกล้อง ไม่ว่าจะปรับค่า S หรือ F หรือ ISO ทำให้กล้อง มีโอกาศ ขยับ 

ในการถ่ายแนวสแตก คือ เราต้องการถ่ายหลายๆภาพ เก็บหลายๆส่วนแสง เข้ามา ดังนั้น เราไม่อยากจะให้กล้องขยับเลย ดังนั้นการควบคุมกล้องด้วยระบบ ไวไฟ จึงสะดวกมาก


ผมขึ้นตึกใบหยกครั้งแรก อุตสาห์หาข้อมูล แต่ลืมไปอย่างว่า มุมที่อยากได้นั้น อยู่ตรงไหน ถามบ๋อยก็ไม่มีใครตอบได้ชัดเจน และเนื่องจากเริ่มมืดเรื่อยๆ ผมก็เริ่มลนล่ะ

ความหวังที่จะได้ภาพสมบูรณ์แบบเป็นเรื่องรอง แต่อยากเล่นสิ่งที่รู้มาสำคัญกว่า

มุมนี้คือมุมมหาชน ผมถ่ายจากชั้น83 ฝั่งขวาสุดของตึก ก้มลงจะเห็นมุมนี้ครับ

การถ่ายภาพผ่านกระจก เรื่องแสงสะท้องต้องขจัด มีคนแนะผ้าดำ เจาะรู แต่ผมใช้ กระดาษโปสเตอร์ดำเจาะรู(ตัดเป็นรู) แทน แต่ต้องระวังนะครับ ต้องซึลช่องให้ดี รูปนี้ก่อนซีลครับ ต้องเอาเทปกาว แปะให้หมดด้านล่าง ด้านข้าง ด้านบน




ท้ายสุด ผมถ่ายที่ ISO 200 S 15 วินาที F8 ครับ
เพราะลองแบบอื่นแล้ว นานไปหน่อย เลยเพิ่ม ISO เพื่อลดเวลาเอา

ผมใช้โปรแกรม Photometrix เพื่อ สแตกภาพ 8 ภาพ ครับ จากนั้นมาปรับต่อใน PS
หวังว่า แนวคิดการถ่ายแบบนี้ น่าจะมีประโยชน์นะครับ 





วันอังคารที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2563

รีวิว ไลท์มอด Godox SB-UBW 120cm umbrella softbox

หลังจากที่ไม่ได้ซื้อ ไลท์มอดมานาน (เพราะผมมีเกือบทุกชนิด ทุกขนาด ในตลาดแล้ว พอแล้ว) 
จู่ๆ ก็เห็นโฆษณา แว๊บๆ ใน เฟสบุ๊ค แบบว่า อืม จะเอามาเล่นดีไหมนะๆ คิดวนเวียนแบบนี้หลายรอบ
ท้ายสุด มองว่า มัน น่าจะ มีประโยชน์บ้าง กรณี ที่เราไม่อยากพก ออกตาบ๊อกซ์ เมาท์โบเว่น และ
อยากใช้ ออกตาบ๊อกซ์ กับ แฟลชเล็กบ้าง และ การใช้งานที่ง่าย เพราะมีลักษณะเป็นเหมือนร่มสะท้อน 
แค่มี รูปร่าง 8 เหลี่ยมและ มีผ้ากระจายแสง แค่นั้น แต่ก็คิดเรื่อง การสอดเข้ากับ ขาตั้ง ผ่านซิบอยู่เหมือนกัน


และแล้ว ความยวนใจ ก็อดไม่ได้ที่จะลองสั่งมา
และแล้ว การทดสอบ ก็เริ่มขึ้นในวันรุ่งขึ้น  ผมได้ลองเซตโดยใช้ ตัวอแดปเตอร์ที่ใส่ร่มพื้นฐาน ที่มีอยู่แล้วลองดู จากลักษณะการเมาท์ ดูจากสายตา ก็น่าจะยิงแสงไปตรงใกล้ๆ กึ่งกลางร่มได้นะ (คิดในใจ) และผมพยายาม ยันแกนร่มออกมาสุดปลายล่ะ เพื่อให้แสงกระจายในร่มได้มากที่สุด ผลคือ......

มันยังกระจายแสงไม่อยู่ตรงกลางพอ มันจะสะท้อนอีท่าไหนไม่ทราบได้ แต่ด้านล่าง จะสว่างกว่าด้่านบน พอควรเลยราวๆสองสต๊อป โอ้มายก๊อดด


ส่วนเรื่องการกินแสง ผมใช้แฟลชเล็กที่มี GN ราว 50 ยิงเต็มกำลัง ผ่านผ้ากระจายแสง ห่างไป 1 เมตร วัดแสงได้ที่ F5.6 หู  กินพอควรเลย อาจจะว่า มันมีขนาดใหญ่ด้วยส่วนหนึ่ง ผมคิดในใจว่า เด่วผมจะต้องดัดแปลงเพื่อให้หัวแฟลช ขนานกับแกนร่ม มากที่สุดดูว่าจะเป็นอย่างไร คิดไปคิดมา เคยเห็น ตัวจับแฟลชรุ่นใหม่ๆ ของ godox ขายกันหลายร้อย (ล่าสุด จีนก๊อปจีน เหลือไม่กี่ร้อยล่ะ น่าซื้อ) ผมเลยคิดว่า ถ้าจะจับหัวมันให้เป็นแบบนั้นได้ไหม คำตอบคือ ได้ ง่ายนิดเดียว ผมเลย ไปเอา แกฟเฟอร์เทป(เทปผ้า) อุปกรณ์ยอดฮิตของช่างภาพสายแสง เอาหัวแฟลช มาแปะเข้ากับขาตั้งที่แถมมาให้ (แทบทุกตัวจะมีแถมนะครับ ใครไม่มี หาซื้อเลย มันจำเป็นในบางโอกาศ) หน้าตาที่แปะก็จะเป็นแบบนี้ ทาดา...........



โดย อแดปเตอร์แบบนี้ แกนร่มมันก็จะมีด้านที่เฉียงขึ้น นิดๆ อยู่แล้ว ดังนั้น แสงที่ยิงไป น่าจะ กลาง ที่สุดแล้วล่ะผมว่า จากนั้น ก็แปะผ้าไว้แบบเดิม ลองยิงดูผลที่ได้คือ  .............  เย้....


เป๊ะ เว่อ มาก ถือว่า ดีเลยล่ะ  ทีนี้มาพูดข้อเสียบ้าง ข้อเสียคือ มันปรับมุมก้มแทบไม่ได้ ติดซิป 
กล่าวคือ คุณต้องใช้มัน ในแนวตั้งฉาก อาจเฉียงลงได้นิดๆ (น้อยมาก) เพราะมันจะติดขอบซิป ด้านล่าง
และ ข้อเสียอีกประการคือ ถ้าคุณจะปรับตั้งไฟ คุณต้อง แกะผ้าออกแล้ว เอามือไปตั้งค่าแฟลช ด้านใน (ใครมี แฟลช ที่ตั้งค่า ผ่าน ตัวทริกเกอร์ ก็สบายไป )

ต่อไป ผมจะลอง ใช้ ไฟสตู เมาท์ดู หยิบไปหยิบมา ไม่ทันดู ไปหยิบหัว 600W ที่จอแตก ไม่ค่อยได้ใช้มา(แต่่ใช้ได้ปรกตินะครับ โชคดี ที่มีอีกหัวเหมือนกัน ผมเลยจำสเตปการกดตั้งค่า แล้วตั้งทิ้งไว้ถาวรเลยว่า ให้หมุนเอาอย่างเดียว อยากได้มาก ได้น้อย หมุนปุ่มอย่างเดียว อย่างอื่นไม่ยุ่ง)

เนืองจาก ตัวเมาท์ ร่มของพวกไฟสตู มันก็จะขนานอยู่แล้วกับ แกนร่ม ดังนั้นถือว่า มันควรจะ ขนานได้ดีพอควรสำหรับ อุปกรณ์แบบนี้ 


ทีนี้ ถ้ายันให้สุดก้านร่ม ก็จะเจอท้ายแฟลช ยันผ้าออกมานิดๆ เอาล่ะไม่เป็นไรไม่มีผลอะไร จากนั้น ลองปรับค่าไฟต่ำสุด ยิงดู ผลก็คือ .........  



ถือว่า กลางพอใช้ได้ แม้จะลงล่างมาสักหน่อย แต่ไม่น่าเกลียดเกินไป 





ก็ถือว่า ค่าตัวไม่ถึง 1000 ได้ ออกตาบ๊อกซ์ ขนาด 120 cm ถือว่า ใหญ่พอประมาณ พกพาง่าย
มีจุดอ่อนบ้าง แต่พอรับได้ ก็ถือว่า คุ้มค่าอยู่ สำหรับ ใครที่อยากได้ไลท์มอด แบบพกง่าย 
ไม่อยากใช้ร่มสะท้อนหรือร่มทะลุ ใช้ได้ทั้งแฟลชเล็ก และ ไฟสตู ก็เรียกว่า พอกล้อมแกล้ม ใช้ได เหมาะกับการใช้งาน นอกสถานที่ ไม่ซีเรียสจัด พอได้งานระดับหนึ่งเลยครับ 

ถือว่า สอบผ่าน นะ 

ส่วนใครต้องการ ไลท์มอด ที่จริงจังหน่อย กระจายแสงสม่ำเสมอ ก็คงต้องใช้ ไลท์มอด มาตรฐาน เมาท์ต่างๆ ใส่ไฟสตู ผ้าสองชั้น จบ ไฟกระจายสม่ำเสมอแน่นอน 












  

วันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

เรากำลังเข้าสู่ยุค Computational Photography กันอย่างแท้จริง

สมัยก่อน การถ่ายภาพ ไม่ว่าจะใช้แสง หรือ ใช้แค่แสงธรรมชาติ ช่างภาพมือโปรทุกคน ย่อมพยายาม
สร้างภาพให้จบ ให้ได้มากที่สุด ในภาพๆเดียว อาจเป็นด้วย ข้อจำกัดทางในอดีต หรือ ต้นทุน ที่แพงในการประกอบภาพ หรือ ความไม่สะดวก อะไรก็ตามแต่  แต่เมื่อ ซอฟต์แวร์ ที่ช่วยแต่งภาพ อย่างเช่น Photoshop ทวีความเก่งกาจมากขึ้น สะดวกมากขึ้น และ ทำให้งานง่ายมากขึ้น

ช่างภาพอาชีพในปัจจุบัน จึงเปลี่ยน วิถี ในการถ่ายภาพกันมากขึ้น เพราะมันทำได้ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น ต้นทุนต่ำกว่าการสร้างภาพให้จบใน ชอตเดียว แต่แน่นอน ถ้าเราสำมารถทำภาพให้จบ ในชอตเดียวได้ และ ไม่ยุ่งยาก ก็ควรทำอย่างนั้น

สาขาหนึ่ง ที่ผมติดตามงานมาก็คือ การถ่ายภาพ อินทีเรีย ครับ การถ่ายภาพอินทีเรียนี้ แต่เดิม จำเป็นต้องอาศัย ไฟแฟลช กำลังแรงมากๆๆ เพราะต้องการให้จบใน ภาพเดียว การถ่ายภาพที่มีพื้นที่มากๆ นั้น การให้แสง จึง ยุ่งยากและต้องการไฟแฟลชที่มีกำลังสูงมากๆ อาทิ 3000Ws ขึ้นไป

แต่ด้วยความที่ สมัยนี้ เราสามารถใช้โปรแกรม PS (Photoshop) แต่งภาพและจัดการภาพได้ ดังนั้น เราจึงสามารถ ถ่ายภาพที่ละส่วน จากนั้น จึงเอามาประกอบเข้าด้วยกันในโปรแกรม แน่นอน ช่างภาพก็ต้องมีทักษะในการแต่งภาพพอสมควรอยู่ระดับหนึ่ง การเข้าใจในเรื่องเลเยอร์ และ เครื่องมืออื่นๆ

ส่ิ่งที่ผมอยากบอกคือ ตอนนี้ เราเข้าสู่ยุคของภารถ่ายภาพเชิงคำนวน(ทางวิทยาศาสตร์) มากขึ้่น
ไม่ต้องดูอื่นไกล โทรศัพท์มือถือของเรามีระบบ AI ที่เข้ามาช่วยประมวลผล ภาพมากขึ้่น มันจะช่วยเราคิดว่า ภาพที่ถ่ายอยู่นี้คืออะไร ควรปรับแสง ปรับสี เช่นไร แม้จะยังห่างไกล จากภาพของมืออาชีพ แต่ก็ทำให้เห็นผลที่แตกต่าง

ไม่นับ โหมดถ่ายภาพดวงดาว โหมดถ่ายภาพอาหาร โหมดถ่ายภาพแปลกๆสารพัด ที่เมือก่อนต้องทำให้ คอมพิวเตอร์ แต่เดี๋ยวนี้ เราสามารถทำในโทรศัพท์ได้อย่างง่ายาย หลายๆครั้ง ก็ทำผลงานได้ดีทีเดียว

ดังนั้น สมัยนี้ ช่างภาพคนไหน ยังขาดทักษะทางนี้ สมควรเรียนรู้อย่างเป็นระบบ และ พัฒนาฝีมือขึ้นไปเรื่อยๆ เพราะจากนี้ไป งานคุณจะไม่เหมือนเดิม และ ความต้องการของลูกค้าจะ บีบบังคับ ให้คุณต้องมีทักษะทางด้านนี้
ไม่เช่นนั้น คุณจะไม่สามารถแข่งขันด้านต้นทุนกับคนอื่นได้ ไม่รวมถึง งานที่ส่งมอบต่อลูกค้าก็จะมีคุณภาพสูงขึ้นเป็นอย่างมาก

ปล ภาพตัวอย่างเป็นของ Mike Kelley ที่ผมลองเอามา ประกอบเองคร่าวๆ เพื่อให้เห็นภาพครับ



วันพุธที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2561

Nicefoto ออกไฟ LED ที่แรงที่สุดในตอนนี้ รุ่น HA-3300B

ระยะหลังมานี่ ไฟแบบ LED เพิ่มความสำคัญแทน ไฟแบบใส้เก่า ที่มีปัญหาเรื่องความร้อน และ เปลี่ยนอุณหภูมิสีไม่ได้ แถมกินไฟอีกต่างหาก


ไฟ LED จาก Nicefoto ได้ออกไฟรุ่น HA 3300B ที่มีขนาด 330 วัตต์ ซึ่งทางบริษัทแจ้งว่า ออกแบบมาสำหรับ งานวิดีโอ หรือ เอาไปใช้กับงานภาพนิ่งก็ได้

จุดเด่นของไฟ LED ยี่ห้อนี้ น่าจะเป็นเรื่องที่มันสามารถ ควบคุมได้จากระยะไกลด้วยรีโหมด เหมือนกับพวก ไฟสตู ทั่วไป จุดนี้ผมว่า น่าสนใจดีเหมือนกัน

ราคาค่อนข้างเอาเรื่องสักนิด ประมาณ 900 เหรียญต่อหัว แต่ก็น่าจะคุ้มสำหรับคนที่ต้องเอาไปใช้รับงานจริงจัง

รายละเอียดสามารถ อ่านได้ตามนี้  https://www.lightingrumours.com/nicefoto-ha-3300b-10556




วันอังคารที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2560

เบนจามิน วอนน์ หว่อง กับ เบื้องหลังการถ่ายรองเท้าไนกี้



ใครๆที่ติดตาม พ่อคนนี้ คงทราบดีถึง ความมุมานะ พยายาม แบบ สุดขั้ว
หลายงานที่ออกมา ซาบซึ้ง พระเดชพระคุณมาก  งานของเขา มีจุดเด่นที่ ไอเดียดี
วางแผนทางเทคนิคเยี่ยม และ ทีมงานที่ยอดเยี่ยม 

งานนี้ บอกได้เลยว่า หิน และ โหด มาก เจ้าตัว และ โมเดล ต้องโรยตัวห้อยต่องแต่ง ทำงานเพื่อให้ได้สมจริงที่สุด  จะสังเกตุว่า เขาจะไม่ใช้วิธี การตัดต่อทางโฟโตชอป ที่จะทำได้ง่ายกว่าเยอะ ลองฟังแนวคิด และ ดูวิธีการทำงานแบบ โปร ของเขาดูนะครับ ผมชื่นชอบมาก






วันจันทร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

ภาพ / วิดีโอ นี้ ถ่ายจาก มือถือ นะจ้ะ เอ่อออออ ทางเทคนิค ใช่ครับ



บางที ผมก็เบื่อ ระอา กับ โฆษณา มือถือ ที่มักชูจุดเด่นเรื่องกล้อง จนกระทั่ง ทำให้ คนที่ ไม่ค่อยมีความรู้เรื่องการถ่ายภาพ (หรือ มีความรู้ด้วย ก็ไม่ทราบ อิอิ) เคลิ้มมม ไปเรยยย กับภาพถ่ายสวยๆ ที่มาจากกล้องมือถือ

ออกตัวก่อน สำหรับผม กล้องมือถือ ขอให้ถ่ายชัด พอ ไม่ต้องการอะไรมาก ไม่ได้เน้น แต่หลายคน เน้น เข้าใจ

ทีนี้ เรามาดูกันว่า ที่ว่า วิดีโอคลิป หรือ ภาพถ่ายสวยๆนั้น มันมี  อุปกรณ์เสริมอะไรบ้าง

วิดิโอนี้ จะทำให้เคุณ เข้าใจ ว่า ถ้าจะเอาภาพสวยๆ เหมือนอย่างที่เขา โฆษณานั้น คุณอาจต้องเสียเงิน ซื้อ หรือ เช่า อุปกรณ์เสริม ที่แพงกว่า ตัวมือถือเองเสียอีก  นี่ไม่นับ สกิล ขึ้นเทพ ของคนสร้าง คลิป หรือ ภาพถ่ายต่างๆนะครับ


วันอังคารที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

ระบายแสง ระดับเทพ

เทคนิค ระบายแสง จริงๆ บล๊อกเราเคยนำเสนอมาแล้ว
คราวนี้ ก็มาอัพเดทกันอีกที ให้เห็นแนวคิด ไอเดีย สวยๆ กันนะครับ
เทคนิคพวกนี้ นอกจากจะต้องมีความรู้แล้ว การทำให้ชำนาญ และ ประสบการณ์ ก็เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง
ไม่ใช่ว่า พอรู้ เทคนิค หลักการเบื้องต้น จะออกไปทำภาพสวยๆได้เลย มันต้อง สั่งสม ประสบการณ์ และ เรียนรู้เทคนิคเล็กๆน้อยๆ เพิ่มเติม

หวังว่า จะได้แรงบันดาลใจจาก วิดีโอ และ ภาพสวยๆ ของ Eric Paré นะครับ











วันอังคารที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

Wedding Vogue Shooting



ผมชอบดู แนว เบื้องหลังการถ่ายทำนะครับ มันทำให้เห็นไอเดีย และ วิธีทำงาน ของแต่ละคน
แต่อันหนึ่งที่จะเห็นได้คือ การใช้แสง ยังคงเป็นหัวใจสำคัญ ในการทำงาน ให้ได้งาน แบบว่า เอาไปใช้งานจริงๆจังๆ งานพวกนี้ งบเยอะ แต่ต้องได้งาน ตามที่ตกลงกันไว้ ตามสไตล์ และ ลุ๊ค ที่ตกลงกันไว้

ดังนั้น งานแบบนี้ ต้องมีทีมงาน การวางแผนงาน อุปกรณ์ เพื่อให้ บรรลุถึง ข้อตกลงนั้นๆ

การวางแผน จะรวมไปถึง การวางแผนเทคนิคถ่าย การวางแผนทำงาน การวางแผนเรื่อง เวลา สถานที่ เครื่องแต่งกาย และ เอฟเฟค ที่จะใช้ต่างๆ

จริงๆ ก็อดขัดใจไม่ได้นะ ที่ต้องแบก พารา ไปไหนต่อไหน ที่ลำบากอย่างนั้น แต่ก็ยังดีว่าไม่ใช้พวก ซอฟต์บ๊อกซ์ พวกนั้น ประกอบยากกว่าเยอะ พารา ก็คล้ายๆร่ม กางง่าย ประกอบง่ายกว่า

ขอให้สนุกกับการชม ครับ





วันอังคารที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2559

Profoto Pro-10 โมโนไลท์ ที่วาป เร็วที่สุดในโลก

Profoto พึ่งประกาศตัว D2 ว่าเป็น  the world’s fastest TTL monolight.
ตอนนี้ มาประกาศตัว Pro-10 studio generator ที่อ้างว่าเป็น “World’s Fastest Flash.” ที่เป็นโมโนไลท์กันล่ะ
ความเร็วในการวาปคือ 1/80,000 วินาที ด้วยกำลัง 2400W/s และรีไซเคิลได้ 50 ครั้งต่อวินาที แต่อันนี้ ผมเดาว่า ไม่ใช่ เต็มกำลัง นะครับ ไม่น่าจะใช่ อย่างเด็ดขาด
แอพลิเคชั่นที่ใช้ ก็พวก หยุดการเคลื่อนไหวต่างๆนั่นแหละครับ เรียกว่า เกินพอกันเลยทีเดียว
ดูจากวิดีโอก็ตื่นเต้นดีนะ


















ราคาห้ามคุย เด็ดขาด 555  ตอนนี้ ยังไม่รุ้ราคาแต่เอาเป็นว่า รู้กันนะครับ 

ใครอยากรู้รายละเอียดเพิ่มเข้าไปที่นี่   http://profoto.com/speed-redefined/int/pro-10/


วันพุธที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

BUFF ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ชื่อ DIGI BEE




ผมจริงๆเป็นแฟน พอล ซี บัฟ มานาน แต่จนใจ นำเข้าไม่ได้ ไม่มีคนหิ้ว และ ปัญหาเรื่องไฟ 110v ซึ่ง แม้แต่จะสั่งให้ทำแบบ 220v ให้ได้ แต่ก็ไม่สามารถสั่งเข้ามาได้ ปล เพื่อนผมเคยสั่งมาได้ หลายปี ผ่านมาแล้ว โดยให้แก้ระบบไฟเป็น 220 ให้เพิ่มเงินแค่ 10 เหรียญ เท่านั้น
แฟลชตัวใหม่ มีชื่อ ที่ขึ้นต้นด้วย Digi มีสองรุ่นคือ DB800 และ DB400  
เท่าที่่ดู เป็นการย่อขนาดลง ให้มีขนาด กระทัดรัดขึ้น แต่สามารถสั่งการด้วย ระบบไร้สายได้ เหมือนกับ ไอนสไตน์ 

ผมอยากเรียกมันว่า  ไอนสไตน์ ย่อส่วน 
ส่วนไฟนำ หรือ โมเดลลิ่งไลท์ ใช้เป็นแบบ LED ที่ทันสมัยขึ้น

ส่วนขนาด เทียบกับ ของเดิมลองดูว่า เล็กลงแค่ไหน




ส่วนการหรี่ไฟ นั้น ตัวใหม่ สามารถแบ่งกำลังไฟได้ 7 สต๊อป มากกว่าเดิม ที่มี 5 สต๊อป  (ส่วนตัวผมว่า 5 ก็พอใช้งานแล้วล่ะ)

ค่าตัวอยู่แถวๆ 300 เหรียญ กว่าๆ นับว่า คุ้มทีเดียว

สเปกตามเวปเป็นดังนี้



  • wide 7 f-stop power variability (2.5 Ws to 160 Ws)
  • adjustable in 1/10 f-stop increments from full to 1/64 power
  • all-digital controls with LCD display
  • ultra bright LED modeling lamp (400W equivalent, daylight-balanced)
  • internally fan cooled for heavy duty use
  • visual and audible recycle indicators
  • standard 120 VAC, 50-60 Hz power requirements
  • 2.5 pounds total weight
  • 60-Day Absolute Satisfaction Guarantee
  • 2-Year Factory Warranty
ใครสนใจเชิญเข้าชมเวปไซด์ได้ตามนี้

วันพฤหัสบดีที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2559

Dramatic Retouch (Indonesia style)



เคยมีหลายคนที่เรียน PS กับผม มักถามผมว่า ไอ้ภาพที่ช่างภาพแถวอินโดนิเซีย แต่ง ดูแล้วออกไปทาง ดรามาติกน่ะ แต่งอย่างไร ผมก็มักไล่ให้ไปดูใน ยูทูป จริงๆเขาก็มีแสดงให้ดูนะ แถม มีบางคนก็สอนทำภาพแนวนี้ด้วย ซึ่งแว่บแรกที่ผมเห็นภาพแนวนี้ ผมก็รู้สึกว่า ทำไปทำไม วุ้ย เสียเวลา 555 ทำก็ไม่ยาก

จากใจเลยนะฮะ ภาพแบบนี้ ไม่ใช่แนวที่ผมชอบ อาจดูได้ แว๊บๆ แล้วเลี่ยน แม้จะสวยดีในช่วงแรกๆก็ตาม  ภาพแบบนี้ รากมาจากภาพแนวที่เขาเรียกว่า ภาพแนว พิคทอเรียล ที่ผมก็มีรากมาจากสายนี้เหมือนกัน

ภาพแบบนี้ พวกสมาคมถ่ายภาพเขาถนัดกันครับ
การทำภาพแบบนี้ หลักๆเลย ก็คือ คุณต้องมีต้นฉบับที่เตียมมาสำหรับการนี้ก่อนส่วนใหญ่จะเป็นแบบนี้

1 ถ่ายภาพย้อนแสงเพื่อเก็บเอาริมไลท์ ของแถมที่ได้คือ แบคกราวด์มืด ทำไรง่ายเลย

2 สร้าง สตอรี่ในภาพ แม้จะดูแปลกไปบ้าง แต่เพื่อความสวยเรา โอเค (สมัยก่อนมีการแตกคอกันใน สมาคมว่าด้วยเรื่องจัดถ่าย ดราม่า ไม่เอา) ส่วนใหญ่ไม่พ้น แนว วิถีชีวิต เช่น พระบิณบารต์ ปักกลด เณรอ่านหนังสือมีพระสอน พระ/เณร เล่นกับสัตว์  ถ้าเป็นชาวบ้าน ก็ ตกปลา ขี่ควาย/ช้าง อาบน้ำช้าง/ควาย
เป่าน้ำให้ไก่ จูงวัวควายตามถนน  หุงข้าว อาบน้ำ เด็กเล่นกัน เด็กเล่นกันกับ ช้างหรือควาย
ถ้าแนวหวือหวา จะเอา แฟชั่นมารวม เช่น ใส่ชุดเดรสถ่ายกะช้าง (ยังไม่เคยเห็นถ่ายกะควายอาจไม่เหมาะ 555) ถ่ายชุดไทย กับ สัตว์  ใช้ พรอพเป็นร่มถ่ายกะสัตว์หรือเดินเล่น โอ๊ย จิปาถะ ไปนึกเอาเองต่อ

3 ทีนี้มาเรื่องแต่งล่ะ ถ้าสายสมาคม เขาไม่แต่งเวิ่นครับ เขาทำนิดเดียวพอ เน้น สตอรี่ ไลท์ คอมโพ แต่มายุคนี้ ส่วนใหญ่ สุกเอาเผากินกันซะเยอะ แล้วมาแต่ง ท้ายสุดจำคำคมไว้นะครับ Junk in - Junk out ครับ ขยะเข้า ขยะก็ออกไป  ยากที่จะดีได้ ดูได้ง่ายนิดเดียว

4 ทีนี้มาตอนสำคัญล่ะ เขาจะแยก แบบออกจากฉาก ด้วยการใช้เครื่องมือต่างๆ อาทิ pen tool หรือ ง่ายๆก็ใช้ refine edge หมูเลย  ทำไม ต้องแยก โดยปรกติ ภาพแบบนี้ เขาจะใส่ หมอก หรือ ควัน เข้าไปที่ฉากหลัง สังเกตุว่า สมาคมถ่ายภาพ มักจุดไฟเผาใบไม้แห้งหรือมะพร้าว กันบ่อยๆ สร้างบรรยากาศ ส่วนฝรั่งมีเงินหน่อยก็ใช้ เครื่องฉีดควัน เอา แบบนี้ ได้งานดีกว่า  แต่เอาเหอะ ตอนถ่ายมันไม่มี ก็ต้องสร้างขึ้นมา แต่ก่อนอื่น แยกมันออกมาก่อน

5 พอแยกได้แล้ว หลักพื้นฐานเลยคือ ใส่หมอก ควัน หรือ แสงแฟลร์ หรือ แสงลอดเมฆ ขึ้นมา บนฉากหลัง อย่าลืมเรื่อง สีที่จะใช้ มันต้องเหมาะสมกับภาพด้วย ตอนเย็นหรือตอนเช้า หรือ ตอนไหน

6 เมื่อทำฉากหลังให้มี หมอก ควัน (ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้ บรัช ควัน ทำเอา หาโหลดง่ายมีเยอะ)

7 ปรับ น้ำหนักแสง ฉากหลังทีมีหมอกควัน ส่วนใหญ่จะทำให้มืดกว่าแบบ เพราะหลักพื้นฐานคือ แบบสว่างกว่า ตาจะมองไปที่แบบ

8 ทีนี้มาทำ ฉากหน้า ส่วนใหญ่ มักเล่น แฟลร์ ฮะ  ถ้าเอาแบบพื้นๆ บ้านๆเลย เอาบรัชขนาดใหญ่ๆ จิ้มไป จิ๊ก หนึ่ง ถ้าใหญ่ไม่พอ ให้ใช้เครื่องมือ Transform ขยายเอา แล้วปรับ ว่าจะเอามากหรือน้อยจาก opacity

9 พอได้แล้ว ทีนี้มาเนียนกะสีต่อ  ส่วนใหญ่ถ้าไม่เอา solid color ลง ก็เล่น gradient นี่แหละง่ายดี ปาดไป ปาดมา ให้เหมือนกับว่า อารมณ์โทนของภาพไปในทางเดียวกัน

10 ปรับระเอียดในแต่ละส่วน เช่น ตัวแบบ หน้า ฉากหลัง บลาๆๆๆ ปรับทีละส่วน  ใครขยันทำเยอะ ใครขี้เกียจทำน้อย

11 ปรับบาลานส์สีอีกที ดูว่า อารมณ์ภาพได้หรือยัง ก็จบ ใครจะมีขั้นตอนมากกว่านี้ ก็ไปแต่งตามสบาย

ปล  ภาพที่ได้มาจากที่ผมไปเห็นฟีดของน้อง ‪#‎hammypotter‬ ซึ่งน้องก็แชร์ภาพของคุณ ‪#‎PondKittiwat‬ Fotograf มาอีกที เห็นเป็นการแจกไฟล์ให้ไปทำเล่น ผมก็ต้องขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วยครับ




วันพุธที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

แนวทางที่กำลังมาใหม่ ใช้ โดรน ในการให้แสง

ผมเริ่มเห็น คนใช้ โดรนในการให้แสงกับ ซับเจค ไม่ว่าจะเป็นการ เพ้นท์แสง บนวัตถุในเวลากลางคืน แต่ยังไม่เคยเห็นการให้แสงแบบการใช้ แฟลช เพื่อหยุดความเคลื่อนไหว และ ได้แนวภาพแบบแปลกตาแบบนี้

หลักการง่ายๆ ก็คือ เราจะใช้แฟลชมัดไว้บนโดรน แล้วให้มันยกขึ้นสูงเพื่อยิงแสงบนวัตถุที่ต้องการ
มีข้อควรจำบางประการคือ แฟลขมันหนัก ดังนั้น มันจะกินแรงโดรนมาก มีเวลาในการยิงแฟลชไม่มาก
ดังนั้น ต้องเตรียมความพร้อมและอาจต้องมีโดรนหลายลำเพื่อสลับเปลี่ยน






หากสนใจแนวภาพตามตัวอย่าง ให้ไปที่  http://www.jeffreymoustache.com/transienteclipse/

วันศุกร์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2559

มาสร้างสรร ภาพถ่าย แนวแปลก ไม่ซ้ำซากจำเจ

ดูภาพต่างๆที่ถ่ายกัน ดาษดื่น ใน เฟสบุ๊ค หรือที่อื่นๆ  เดี๋ยวนี้ รู้สึกไหมครับว่ามันซ้ำซาก (โดยเฉพาะเฟสบุ๊ค) จำเจ   หลายครั้ง เรื่องพวกนี้ ก็อาจทำให้เรารู้สึกว่า แนวถ่ายภาพอื่นๆ มันหายไปไหนหมด
และ ลดทอน ความคิดสร้างสรร ของเราไป ทำให้เราไม่ค้นหาเทคนิคใหม่ มุมมองใหม่

จริงๆเรื่อง ใช้เอฟเฟค ถ่ายภาพไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ผลงานที่ออกมากลับมีไม่มาก  นั่นอาจเป็นเพราะ
บางที เราอาจขี้เกียจ เตรียมอุปกรณ์  ขี้เกียจสร้างสรรสิ่งแปลกใหม่  หรือเปล่า

ผลงานสร้างสรร ในวิดีโอนี้ อาจทำให้คุณ ลองหา สิ่งแปลกใหม่ ที่อาจ ต่อยอด ทำงาน แปลกใหม่ที่สร้าง งานระดับ ว้าววว ได้ไม่ยาก




วันจันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ทำแสงดรามาติก ด้วย PS

มีอยู่เรื่องหนึ่ง ที่จริงๆ ผมก็อยากพูด คือเรื่องของการใช้ PS ในการสร้างภาพแบบ ดิจิตอลอาร์ท
กล่าวคือ การใช้ PS เพื่อสร้างสรรผลงานศิลปะ ที่ผมเห็นบางกลุ่มของช่างภาพ อยากทำภาพแบบ แฟนตาซีบ้าง ไรบ้าง แต่ที่เห็นส่วนมากเลยคือ แนวไทยประยุกต์ มีกลิ่นอายของไทย ต้องมีนางแบบชุดไทย ต้องมีช้าง ต้องมีร่ม ต้องมี อะไรๆที่เป็นไทย

เราเลยไม่ค่อยเห็นงานที่ฉีกจากแนวเดิมเท่าไหร่ และ การคอมโพสิต ก็ยังทำไม่ละเอียดนัก เน้นไปที่การทำโทนสี การทำแสงแฟลร์  ดูแล้วเหมือนกับกับพวก ติวเตอร์เรียลของฝั่ง อินโดนิเซีย ฟิลลิปปินส์ (ในยูทูปเยอะมากๆ) มากกว่าฝั่ง อเมริกา ยุโรป   ที่ผมเห็นเลยคือ สองฝั่งนี้มีแนวทางการทำที่แตกกต่างกันมากพอควร ในแง่เนื้อหาและคอนเท็กซ์ที่ทำ   ชอบแบบไหน ไปทางนั้นครับ ไม่มีผิดถูก

ผมเองเคยทำติวเตอเรียล นี้มาระดับหนึ่ง จุดประสงค์เพื่อลองใช้เครื่องมือบางอย่าง และ ทดสอบสกิลในการบรัช คอมโพสิต และ โทนนิ่ง ยอมรับว่า ถ้าไม่มีแรงบันดาลใจมากๆนี่ ยอมแพ้เลย เพราะภาพดีๆ มักใช้เวลาทำหลายชั่วโมง รายละเอียดเล็กๆน้อยๆ ต้องใส่ใจ  ดังนั้น บางที ผมจะทำหยาบนิด เพื่อให้เรียนรู้เฉยๆ     ส่วนการทำคอมโพสิต อีกแบบ ที่ไม่เน้น แฟนตาซี หรือ ดิจิตอลอาร์ท จะทำได้ง่ายกว่า

กลับมาเรื่องการทำแสงดรามาติกนี้ คงเป็นแนวคิดและแรงบันดาลใจให้เราลองเทคนิคอะไรใหม่ๆบ้างนะครับ  งานนี้เป็นงานของ Robert Cornelius Photography  ติดตามงานเขาที่เพจเขาได้เลยครับ







ปาแป้งใส่นางแบบ โดยไม่เปื้อนสตูดิโอ

นานๆมาทีนะครับ ผมแทบลืมมาอัพเดทบล็อก นาน   แต่คงไม่นานเกินไปนะครับ

มาวันนี้ ผมได้ไอเดียจากเวป DIY photography ว่าด้วยเรื่องเทคนิคการผสมภาพนี่เอง
จริงๆแล้ว นี่ก็ไม่ใช่อะไรใหม่ แต่เวิร์คมากสำหรับคนอยากทำภาพแบบไม่ให้สตูเลอะ หรือ ไม่อยากยุ่งยาก  ผมไม่มั่นใจว่า วิธีนี้จะใช้ได้กับของเหลว เพราะเวลาสาดของเหลว มันจะมีการบิดตัวและเคลื่อนที่ไปไม่เหมือนกับแป้ง ที่เป็นอนุภาคเล็กๆ

หลักการคือ ให้เราถ่ายภาพแบบของเราในสตู โดยให้มีฉากหลังดำ  จากนั้น ก็ถ่ายภาพการสาดแป้ง หลายๆภาพ จากนั้น เอาภาพมาเปลี่ยน เบลนโหมดใน PS เท่านี้ คุณก็จะได้ภาพการสาดแป้งโดยไม่ต้องเลอะสตูแล้ว   เสียอย่างเดียว มันไม่สะใจ และ อาจไม่ได้เอฟเฟคการสาดเหมือนของจริง แต่ก็น่าจะพอ
กล้อมแกล้มได้บ้าง




วันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

10 in 1 วิธีใช้งาน ซอฟต์บ็อกซ์ 10 วิธี โดยใช้แสงเดียว



เรื่องนี้ แม้จะไม่ใหม่ แต่ยังคงน่าสนใจ และ คลาสสิก สมัยผมเรียนรู้แสงใหม่ๆ เรื่องพวกนี้ น่าตื่นเต้น และ น่าทดลองมาก จริงๆ ถ้าเรารู้ทฤษฎ๊แสง จริงๆ จังๆ แล้ว เรื่องพวกนี้ถือเป็น การ แอพพลาย หรือ ประยุกต์ การใช้งาน อย่างชาญฉลาด

มันเหมาะมากๆ กับคนที่เริ่ม แรก เรียนรู้ แสงมากๆ แต่ประเด็นที่ผมอยากสะกิดต่อมต่อไปคือ คุณควรเรียนรู้ ทฤษฎี แสงให้แน่น เพื่อเข้าใจ ว่า แต่ละวิธีที่เขาทำนั้น มันมีหลักการเบื้องหลังอย่างไร ในแต่ละเรื่องพวกนี้ ถ้าคนเคยเรียน แสง 102 ที่ผมนำมาจากทฤษฎีของ ดีนส์ คอลลินส์ จะพบว่า มันคือเรื่องเดียวกัน และการเข้าใจทฤษฎีที่ลึกซึ้งนั้น ช่วยให้เรา เข้าใจเรื่องราวที่เห็นตรงหน้าได้แตกฉานยิ่งขึ้น
(ยังจำได้ไหม ความหนาแน่นของแสง ในพื้นที่ 5 ส่วน มีอะไรบ้าง เราจะควบคุมมันได้อย่างไร ด้วยวิธีใด)

ผมคิดว่า วิดีโอ นี้ จะช่วยกระตุ้นและส่งเสริมให้คนเริ่มเรียนรู้ ได้ ตั้งคำถามในใจ และ คิดต่อไปถึงการประยุกต์ใช้งานต่อไป

ต้นฉบับของวิดีโอนี้ มาจากที่นี่ ครับ  http://petapixel.com/2015/11/01/10-different-ways-you-can-use-a-single-softbox/



วันอังคารที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2558

ในที่สุด บล็อกให้ความรู้ด้านแสงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ก็ปิดตัวลงไปแล้วอย่างสวยงาม

ผมไม่ได้เข้าไปเยี่ยมบล็อก Strobist เป็นเวลานานหลายเดือน มาแล้ว แต่อันที่จริง ผมได้สมัคร ฟีดข่าว จากบล็อกนี้ไว้ แต่ก็ไม่ได้รับการอัพเดท ผมจึงลองเข้าไปที่ url โดยตรง ผมเห็นหน้าบล็อกแล้วก็อดใจหายไม่ได้ !!!  บล็อกนี้ ดูเหมือนได้ปิดตายลง และ คงค้างทิ้งไว้ เป็น ขุมทรัพย์ อันยิ่งใหญ่ของ ชุมชน คนเล่นแสง ให้ขุดค้น



http://www.strobist.blogspot.com/


ผมเองก็ถือเป็นผลผลิตส่วนหนึ่งจากบล็อกนี้ เมื่่อหลายปีก่อน (จำไมไ่ด้จริงๆว่ากี่ปีแล้ว เอาเป็นว่า บล็อกนี้ เพิ่งเริ่มต้นได้ไม่นาน)  ผมได้มีโอกาศรู้จักโดยบังเอิญสุดๆ และทันทีที่ผมได้เริ่มอ่านบล็อก ผมก็เหมือนโดนดูดเข้าไปในโลกของแสง มันตอบโจทย์ทุกอย่างที่ผมเคยตั้งคำถาม กับพี่หลายคน ทั้งในสมาคมถ่ายภาพของไทย เวปบอร์ด และ เวปไซต์ต่างๆของไทย ที่ผมใช้เวลาค้นหาหลายปี แต่ก็ไร้ผลใดๆ จนผมมาเจอบล็อกนี้เข้า จากนั้น ผมก็หมกมุ่นกับบล็อกนี้ อ่านทุกโพส เข้าไปแจมใน ฟอรั่ม รู้จักโปรใหญ่น้อยและได้รู้จักคนมือชื่อเสียงระดับโลกหลายคนเพิ่มเติม รวมทั้งไปแสวงหา หนังสือ dvd สอนอบรม หาซื้อของใน ebay และอื่นๆอีกมากมาย  นับเป็นการเรียนรู้แบบ หิวกระหายมากที่สุดในชีวิต



เดวิท ฮอบบี้ คือ บิดาและต้นกำเนิด ของการแบ่งปันวิทยาทาน จากนั้น เพื่อนของเดวิท และ จากการแนะนำอีกหลายต่อหลายคน ก็เข้ามาให้ผมรู้จักไม่ว่าจะเป็น โจ แมคเนลีย์   โจอี้ ลอเรนส์   ดอน จิอานิตี้
เกกอรี่ ไฮส์เลอร์ และ อื่นๆอีกมากมาย  

ผมใช้เวลาที่นี้เพียงน้อยนิดเมื่อเทียบกับที่ผ่านมา แต่ผลที่ได้ มากมายมหาศาล และ เปิดโลกของผมออกไปอีก  ทำให้ผมทราบว่า  ถ้าต้องการความรู้แบบเจาะลึกแล้วไซร้  จงออกไปสู่ ระดับสากล หนังสือหนังหา มีให้อ่านมากมายราว ดวงดาวบนท้องฟ้า คนเก่งฟ้าประทานมีมากมายเหลือคนานับ

คนดังที่ผมรู้จักจากบล็อกนี้ หลายคนมากๆ ก็ได้ไปร่วมงาน ถ่ายภาพที่ ดูไบ ที่จัดยิ่งใหญ่ทุกปี และ แต่ละคนก็โชว์ความเป็นมืออาชีพ เก่งกาจ กันทุกคน







สำหรับคนเริ่มต้นให้คุณเริ่มอ่าน ส่วนนี้ก่อนเลย  http://strobist.blogspot.com/2006/03/lighting-101.html 
เมื่อจบแล้ว ก็ต่อด้วยนี่ http://strobist.blogspot.com/2007/06/lighting-102-introduction.html 


และ ท้ายสุด สิ่งที่ พลาดไม่ได้เลยจริงๆคือ ให้คุณลองเข้าไปแจม พูดคุย อ่านการถกเถียง ในประเด็นต่างๆ เกี่ยวกับแสงได้ ที่ ฟอรั่มนี้  https://www.flickr.com/groups/strobist/discuss/  ซึ่งสมัยก่อน ผมหมกตัวอยู่ที่นี่ ประจำ แถมตั้งกระทู้ ที่มีคนมาแจมกันมากมายหลายครั้ง (เพราะตั้งโจทย์แผลงๆ)

ผมหวังว่า เพื่อนๆช่างภาพที่ต้องการเริ่มก้าวสู่การ เห็น และ เล่นแสง อย่างจริงๆจัง จะได้ประโยชน์จากบล็อกนี้ นะครับ

ด้วยจิตคารวะ
ธนภัทร ชาติบุรุษ





ND Filter Lens Adapter สั่งการด้วย อิเลคทรอนิค

ขออภัย แฟนเพจบล็อค มากๆ ที่ผมไม่ได้มาอัพเดทนานแล้ว
สาเหตุหนึ่งก็อาจเป็นเพราะระยะหลังๆ ผมอัพเดทข่าวผ่าน FB ในกลุ่มของ thaioffcamera ไป
ซึ่งก็มีข้อดีคือ ข่าวสาร ไปมา เร็ว แต่ข้อเสียคือ ข่าวสารในแนวองค์ความรู้จะเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว
และจริงๆ วันนี้ผมก็มีเรื่องอยากอัพเดทหลายอย่าง เริ่มจากอย่างแรกก่อน  มีสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ที่อีกไม่นาน น่าจะมาแทน ฟิลเตอร์ ND ได้ นั่นคือ อแดปเตอร์ ND ที่สั่งการได้ด้วยไฟฟ้า กล่าวคือ จะเอามาก เอาน้อย ก็ปรับความแรงเอา เหมือนปรับกำลังไฟ  

ขนะนี้ สิ่งนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการปรับแต่ง และ ใช้เวลาสักพักกว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ออกมาจริงๆ
จริงๆแล้ว เรื่องนี้ก็ไม่ได้ใหม่มาก เพราะกล้องบางรุ่น ผมคุ้นๆว่า มีระบบ ND ในตัวมาให้ ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นกล้องระดับคอมแพคและ dslr บางรุ่นเท่านั้น

 


ข้อดีของระบบนี้ (ถ้าปรับปรุงทุกอย่างลงตัวแล้ว) ก็คือ ไม่ต้องกังวลว่า จะมีรอยขีดข่วน ไม่ต้องยุ่งกับการหาอแดปเตอร์สำหรับ เลนส์ขนาดต่างๆ และ ไม่ต้องซื้อ nd ปรับค่าราคาแพงมหาโหดได้ แค่ปรับกำลังตามต้องการเฉยๆ ก็น่าสนใจดีครับ   ขอให้ติดตามเรื่องนี้ต่อไป


วันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

Scattergels อุปกรณ์เล่นแสง ที่น่าสนใจ

โดยทั่วไป อุปกรณ์ที่เราเรียกว่า ไลท์มอด (Light Modification) มักเป็นจำพวก ดัดแปลงขนาดของแหล่งกำเนิดแสง ให้เล็กบ้างใหญ่บ้าง ตามแต่เราจะชอบ  ส่วนอุปกรณ์บางอย่าง ที่ใช้สร้างลวดลายให้กับแสง
ที่เราเรียกกันว่า คุ๊กกี้  อาทิเช่น พุ่มไม้ หรือ สิ่งที่จะกีดขวางแสงให้กลายเป็นลวดลาย อย่างบ้านเรา อาจเห็นคนเล่น มู่ลี่กันแดด กันเยอะ ทีนี้ มันมีอุปกรณ์ใหม่อีกตัว เรียกว่า

Scattergels ซึ่งหน้าตาก็คล้ายๆเจลสีนี่แหละ แต่ดันเป็นลวดลายขาวดำแทน

วัตถุประสงค์ก็เพื่อสร้าง ลวดลายของแสง ให้ตกบนตัวแบบ ผมไม่แน่ใจว่า ตา เลิฟกรูฟ ถูกจ้างให้เป็นพรีเซนเตอร์ของอุปกรณ์นี้หรือไม่ เพราะมันดันใช้ชื่อว่า Lovegrove ScatterGels™   
แถมภาพประกอบ ก็ใช้ของ เลิฟกรู ซะด้วย ซึ่งแน่นอน ภาพของเขาสวยมาก เพราะทักษะของเขาในเรื่องนี้ นับว่าหาตัวจับยากจริงๆ  



ดังนั้น คนที่ไม่เคยดูภาพของ เลิฟกรู อาจถึงกับตัดสินใจทันทีว่า ฉันต้องมีไอ้นี่ให้ได้ เผื่อจะทำภาพได้สวยเหมือนเขามั่ง อิอิ ว่าแต่ว่า แน่ใจละหรือ พี่จ๋า...........

หน้าตามันก็เป็นแบบนี้คือ เป็นเจล และ ตัวอย่างในภาพก็เอามาใส่ที่บานดอร์ไว้ ใครจะเอามาแปะหน้า รีเฟล็กเตอร์ของไฟสตู ก็พอได้นะ




ใครอยากรู้รายละเอียด และ ราคา ไปที่นี่  http://lovegroveshop.com/product/scattergels/

วันพุธที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

รีเฟล็กซ์เตอร์ใหม่ ทำตัวเหมือน ริงแฟลช โอ้ พระเจ้า

มันจะต้องมี นวัตกรรมใหม่อยู่เสมอในโลกของการถ่ายภาพ ผมก็ อึ้ง ไปเหมือนกัน เมื่อพบ ไอ้เจ้ารีเฟล็กซ์เตอร์ตัวนี้ ..................
รีเฟล็กซ์เตอร์ตัวนี้ จะทำตัวเลียนแบบ ริงแฟลช คือ ให้แสงกระจายไปทั่วซับเจก ซึ่งนับว่าน่าสนใจมาก
และเชื่อว่า ถ้าขายดี ก็มีหวังโดนก๊อปอีกชัวร์ๆ



สเปกของ โอเมก้า รีเฟล็กซ์เตอร์ มีดังนี้

Omega Reflector

SKU: 5572
  • Innovative 10-in-1 design
  • Can be used as a traditional reflector or shoot-through
  • 2:3 ratio removable center frame
  • 38" x 45" white, silver, sunlight, black & 1-stop diffusion surfaces
  • A ring light for available light shooters
  • Durable, high-quality fabrics
  • Folds down to ⅓ open size
  • Includes two window suction cups
  • Includes carry case with shoulder strap
  • Lifetime frame warranty



สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมไปที่นี่  http://www.fjwestcott.com/reflectors-scrims/omega-reflector